การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย

การจดเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าหรือตราสินค้า เปรียบเสมือนเครื่องมือทางการตลาดให้ลูกค้าได้จดจำได้ แต่หากใช้เพียงอย่างเดียวแต่มิได้จดทะเบียนคุ้มครองสิทธิไว้ ปัญหาที่ตามมาอาจถูกผู้อื่นนำเครื่องหมายนี้ไปจดทะเบียน ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรคำนึงถึงเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ด้วย การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายจะต้องมีองค์ประกอบ 3 ลักษณะ คือ จะต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้วจึงจะได้รับจดทะเบียน หากเจ้าของได้ใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าของคุณเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ และสร้างรายได้ จึงทำให้เครื่องหมายการค้านั้น ๆ มีมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจดังเช่น เครื่องหมายการค้า โคคาโคล่า หรือไมโครซอฟท์ เป็นต้น ที่เครื่องหมายการค้ามีมูลค่าหลายพันล้านบาท
เครื่องหมายที่จะขอจดทะเบียนจะต้องเป็น ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตราชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงวัตถุ หรือสิ่งเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างประกอบกันเป็นเครื่องหมาย เจ้าของเครื่องหมายจึงควรที่จะคิดสร้างสรรค์เครื่องหมายด้วยตนเอง จะได้ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ สำหรับสินค้าจำพวกเดียวกัน หรือต่างจำพวกที่สินค้ามีลักษณะอย่างเดียวกัน โดยการตรวจสอบเครื่องหมายก่อนยื่นคำขอจดทะเบียน ขั้นตอนการขอจดทะเบียนโดยยื่นคำขอจดทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียมตามจำนวนรายการสินค้าหรือบริการที่จะจดทะเบียนอย่างละ 1000 บาท และชำระค่าธรรมเนียมตามจำนวนสินค้า/บริการอีก อย่างละ 600 บาท เพื่อนายทะเบียนสั่งรับจดทะเบียนภายหลังครบกำหนดประกาศโฆษณาและไม่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียน
เมื่อเครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียนแล้ว เจ้าของจะมีสิทธิต่าง ๆ ในเครื่องหมายการค้าแต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ยื่นจดทะเบียน ได้แก่ สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าในการที่ได้จดทะเบียนไว้ สิทธิในการทำสัญญาอนุญาตให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้า สิทธิในการโอนเครื่องหมายการค้า สิทธิในการฟ้องร้องและเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่มีผู้ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า นอกจากนี้ยังมีสิทธิในการใช้สีเครื่องหมายการค้าได้ทุกสี(กรณีจดทะเบียนแบบไม่จำกัดสี) ประโยชน์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำหรือเรียกขานสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะเพื่อเลือกซื้อสินค้าเจ้าของเครื่องหมายนั้นได้ โดยไม่สับสนกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ด้วย

นายสมหวัง เพชรโชติ
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานทะเบียนการค้า