การชำระบัญชีนิติบุคคลกับการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า/บริการ

การชำระบัญชีนิติบุคคลกับการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า/บริการ

การชำระบัญชีนิติบุคคลกับการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า/บริการ

การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีนิติบุคคลไปแล้ว หากนิติบุคคลนั้นมีเครื่องหมายการค้าค้างการดำเนินการอยู่ ผู้ชำระบัญชีจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
1.กรณีที่ยื่นคำขอและทำสัญญาโอนเครื่องหมายการค้าก่อนวันจดทะเบียนเสร็จการชาระบัญชี กรณีนี้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าสามารถพิจารณารับจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าให้แก่ผู้รับโอนตามที่ผู้ชำระบัญชีได้ทำสัญญาโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าได้ เพราะการทำนิติกรรมสัญญาโดยผู้ชาระบัญชีที่ยังมีอำนาจตามกฎหมาย
2.กรณีทำสัญญาโอนเครื่องหมายการค้าก่อนวันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี แต่ยื่นคำขอจดทะเบียนโอนภายหลังวันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว
กรณีนี้ นายทะเบียนสามารถรับจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าได้ ถ้าหากปรากฎหลักฐานรายงานการประชุมเสร็จการชำระบัญชีที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองความถูกต้อง ที่ระบุถึงเรื่องการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าให้แก่ใคร มาแนบประกอบการพิจารณา
3.กรณีทำสัญญาโอนและนำคำขอจดทะเบียนมายื่นภายหลังวันจดทะเบียนเสร็จการชาระบัญชี ถ้าเป็น
3.1 ถ้ารายงานการประชุมเสร็จการชำระบัญชีที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองความถูกต้อง ระบุว่าการโอนเครื่องหมายการค้าของนิติบุคคลให้แก่ผู้ใดไว้ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าสามารถดำเนินการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้ เพราะผู้ชำระบัญชีได้ดำเนินการสะสางทรัพย์สินหนี้สินแล้ว แต่ยังมิได้ดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง
3.2 ถ้ารายงานการประชุมเสร็จการชำระบัญชีที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองความถูกต้อง ไม่ได้ระบุว่าโอนเครื่องหมายการค้าของนิติบุคคลนั้นให้แก่ผู้ใดไว้ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะต้องปฎิเสธไม่รับจดทะเบียนให้ ทั้งนี้เพราะผู้ชำระบัญชีหลงลืมการชำระบัญชีในเรื่องนี้ ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเจ้าหนี้ของนิติบุคคล (ถ้ามี) สามารถฟ้องผู้ชำระบัญชีให้รับผิดชอบในหนี้สินของนิติบุคคล และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาเพื่อขายทอดตลาดต่อไป แต่จะต้องฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี

คำพิพากษาฎีกาที่ 2877/2547 และคำพิพากษาฎีกาที่ 2940/2547 ที่ได้พิพากษาว่านิติบุคคลเมื่อได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ถือได้ว่านิติบุคคลนั้นได้สิ้นสภาพนิติบุคคลไปแล้ว จึงถือได้ว่า ถ้าเป็นกรณีที่เป็นเครื่องหมายรับรอง ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายรับรองสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าของถึงแก่ความตายหรือสิ้นสภาพบุคคล ดังนั้น หากยังมีเครื่องหมายรับรองตกค้างการชาระบัญชีอยู่ ผู้ชำระบัญชีจะอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 มาใช้สิทธิร้องต่อศาลไม่ได้ เพราะกฎหมายถือว่า ความเป็นเจ้าของเครื่องหมายรับรองสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าของถึงแก่ความตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลสนับสนุนกรณีการร้องขอใช้สิทธิทางศาลเพื่อจัดการเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และเครื่องหมายร่วม หากผู้ชำระบัญชีหลงลืมมิได้ดำเนินการชำระบัญชีได้

นายพิบูล ตันศุภผล (นบ., นบท.)
นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า