การดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนสาระสำคัญ

การดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนสาระสำคัญ

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6802/2553 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งสองชุดดังกล่าวมีชื่อแฟ้มข้อมูลที่ตรงกัน และมีรายงานย่อยที่มีความเหมือนหรือใกล้เคียงกันมาก ทั้งงานส่วนการออกแบบหน้าจอ ชื่อตัวแปรและหมายเหตุ คำอธิบาย รหัสต้นฉบับ สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากต้นตอเดียวกัน พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและมีเหตุผลเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสามได้ละเมิดลิขสิทธิ์โดยนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ MANU 2005 ไปทำซ้ำดัดแปลงแฟ้มข้อมูล รายงานย่อย หน้าจอ ชื่อตัวแปร และหมายเหตุ รหัสต้นฉบับ ในส่วนสาระสำคัญแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อินโนวาโปร 2005 ของกลาง นำออกจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายจริงอันเป็นการกระทำความผิดตามฟ้อง ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 3 ที่ว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกลางแตกต่างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ ทั้งข้อต่อสู้ที่ว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกลางจำเลยที่ 3 เป็นผู้พัฒนาขึ้น จำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิในโปรแกรมนั้นก็เป็นข้อกล่าวอ้างลอย ๆ และขัดกับเอกสารการรับสมัครงานและกฎข้อบังคับของบริษัทผู้เสียหาย เป็นผลให้ข้อต่อสู้ดังกล่าวของจำเลยทั้งสามไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยทั้งสามล้วนเป็นพลความ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงผลคดีได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องและลงโทษจำเลยทั้งสามนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามทุกข้อฟังไม่ขึ้น”
พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 30 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสามคนละ 100,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์ใช้ค่าปรับ หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางทั้งหมด โดยให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์อินโนวาโปร 2005 ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 1 โปรแกรม ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์