ตอบข้อสงสัย : จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั่วโลก ตามพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) คืออะไร แบบอธิบายง่ายที่สุด

ตอบข้อสงสัย : จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั่วโลก ตามพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) คืออะไร แบบอธิบายง่ายที่สุด

ตอบข้อสงสัย : จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั่วโลก ตามพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) คืออะไร แบบอธิบายง่ายที่สุด

A.แบบรายประเทศ

Step 1

หากเราต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็ต้องทำการติดต่อตัวแทนในประเทศปลายทางแยกรายประเทศ เช่น ต้องการยื่นจดทะเบียนในประเทศกัมพูชา ประเทศอเมริกา ประเทศเวียดนาม

ต้องติดต่อตัวแทนที่ ประเทศปลายทางทุกประเทศและทำเอกสารประเทศละ 1 ชุด เพื่อยื่นจดทะเบียน และ หน่วยงานเครื่องหมายการค้าของประเทศปลายทางก็จะทำการตรวจสอบความเหมือนคล้ายในฐานข้อมูลของตนเองและกฎหมายของตนเอง และ อนุมัติรับจดทะเบียน โดยปกติจะใช้เวลา 1 ปี และ อนุมัติคุ้มครอง 10 ปี ต่ออายุทุก 10 ปี

ซึ่งราคาการยื่นจดทะเบียนจะสูงเนื่องจากต้องเสีย (ค่าบริการตัวแทนในประเทศปลายทาง) + (ค่าธรรมเนียมราชการ)

การยื่นจดทะเบียนแบบรายประเทศจะไม่เกี่ยวกับคำขอในประเทศไทย

*************************************************************************************************

B.แบบพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol)

ปัจจุบันมี 107 สมาชิก รวม 123 ประเทศ (สถานะ 12 ตุลาคม 2563)

ขั้นตอน
Step 1 ยื่นคำขอพื้นฐาน (basic application) ในประเทศไทย โดยแนะนำให้ยื่นจดทะเบียนให้คุ้มครองรายการสินค้าหลายรายการ

เช่น หากยื่นจดทะเบียน 1 รายการสินค้า เวลายื่นเข้าส่วนกลาง (สำนักงานกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในประเทศไทย) จะส่งคำขอไปยังประเทศปลายทางได้แค่ 1 รายการ

เช่น หากยื่นจดทะเบียน 100 รายการสินค้า เวลายื่นเข้าส่วนกลาง (สำนักงานกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในประเทศไทย) จะส่งคำขอไปยังประเทศปลายทางได้ 100 รายการ หรือ น้อยกว่า 100 รายการได้ แต่ต้องเลือกจาก 100 รายการที่ระบุเลือกไว้เท่านั้น

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียง 3-7 วันในการยื่นจดทะเบียนและนายทะเบียนจะพิจารณาอนุมัติประมาณ 10-20 เดือน (ระยะเวลาพิจารณาปกติภายในประเทศไทย ไม่มีอะไรพิเศษ)

Step 2 ผู้ขอนำเอาคำขอพื้นฐาน (basic application) ที่ยื่นจดทะเบียนใน Step 1 เข้าไปจดทะเบียนในส่วนกลาง (สำนักงานกรมทรัพย์สินภายในประเทศไทย)

การยื่นจดทะเบียนใน Step 2 คำขอพื้นฐาน (basic application) ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบ หรือ อนุมัติรับจดทะเบียนแล้วก็สามารถยื่นจดทะเบียนได้

โดยจะเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า (basic fee) ประมาณ 30,000 บาท

โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายประเทศ ประเทศละประมาณ 5,000-50,000 บาทไม่เท่ากัน (เฉลี่ยแล้วโดยรวมประเทศละประมาณ 8,000 บาท) โดยจะเสียตามประเทศที่เลือก เช่น เลือก 20 ประเทศจะเสียค่าธรรมเนียมรายประเทศ 160,000 บาท เป็นต้น รวม (basic fee) ประมาณ 30,000 บาท  จะเสียไม่เกิน 200,000 บาท ** ยกตัวอย่าง ราคาจริงต้องคำนวณ

(A.แบบรายประเทศอาจจะเสียประเทศละประมาณ 20,000  รวม 20 ประเทศ ประมาณ 400,000 บาท) ** ยกตัวอย่าง ราคาจริงต้องคำนวณ

และทำการชำะเงินให้แก่ World Intellectual Property Organization (WIPO)
ขั้นตอนนี้ส่วนกลาง (สำนักงานกรมทรัพย์สินภายในประเทศไทย) ใช้เวลา 2-3 เดือนในการตรวจสอบคำขอและส่งคำขอไปยังหน่วยราชการของประเทศปลายทางทั้งหมดที่เลือก เช่น ส่งไปประเทศปลายทาง 20 ประเทศ (ไม่ผ่านตัวแทน (เอกชน) ของประเทศปลายทางส่วนนี้เองทำให้ราคายื่นจดทะเบียนถูกลง เป็นการส่งผ่านระหว่าง ราชการ-ราชการ)

**ระบบนี้ไม่ใช่คุ้มครองอัตโนมัติทั่วโลก ยังไงผู้ขอต้องเลือกประเทศ ไม่เลือกไม่ได้

Step 3 ประเทศปลายทางเมื่อได้รับคำขอทะเบียนก็จะทำการพิจารณาตรวจสอบความเหมือนคล้าย ตามฐานข้อมูลระบบเครื่องหมายการค้าในประเทศของตนเองตามปกติ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ดังนั้นการยื่นจดทะเบียนผ่านแล้วในประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการอนุมัติในประเทศปลายทาง

ขั้นตอนนี้ประเทศปลายทางจะใช้เวลาตรวจสอบ 8-24 เดือน แล้วแต่ขั้นตอนในประเทศปลายทางของตนเองตามปกติ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

Step 4.1 หากคำขอตาม Step 3 ผ่านประเทศปลายทางก็จะทำการประกาศโฆษณาและอนุมัติคุ้มครอง 10 ปี (ต่ออายุได้ ทุก 10 ปี)

Step 4.2 หากคำขอตาม Step 3 ไม่ผ่าน เช่นมีการแก้ไขรายการสินค้า การสละสิทธิ ติดเหมือนคล้าย หรือ ติดบ่งเฉพาะ เป็นต้น ทางประเทศปลายทางจะแจ้งไปยัง (WIPO) และ (WIPO) จะแจ้งมายังผู้ขอจดทะเบียนโดยตรง การแจ้งจะแจ้งผ่านอีเมลเท่านั้น

ดังนั้น Step 4.2 หากต้องการยื่นอุทธรณ์ ยื่นโต้แย้ง ผู้ขอต้องทำการตั้งตัวแทน (เอกชน) ในประเทศปลายทาง ซึ่งต้องเสียค่าบริการให้กับตัวแทน (เอกชน) ในประเทศปลายทาง (เพราะผู้ขอไม่มีตัวแทนเนื่องจากคำขอถูกส่งระหว่าง ราชการไทย กับ ราชการประเทศปลายทาง ในครั้งแรก)

เมื่อยื่นอุทธรณ์ ยื่นโต้แย้ง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจาณาของประเทศปลายทางต่อไป ผลคือ ผ่าน/ไม่ผ่าน ถ้าผ่านกลับไปยัง Step 3

*โดยรวม B.แบบพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) ถือว่ามีราคาที่ประหยัดและสะดวก เป็นระบบทะเบียนเดียว ต่ออายุต่อครั้งเดียวได้ทุกประเทศ ซึ่งหากมีการยื่นจดทะเบียนหลายประเทศจะทำให้มีราคาที่ประหยัด แนะนำให้ใช้ระบบนี้